ย้อนกลับ
PM2.5 กระทบสุนัขและแมวอย่างไร? วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงในวันที่ฝุ่นสูง

PM2.5 กระทบสุนัขและแมวอย่างไร? วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงในวันที่ฝุ่นสูง

calendar 4 สิงหาคม 2569

วันที่ค่าฝุ่นสูง คนในบ้านอาจหยิบหน้ากากมาใส่ได้ แต่น้องหมาและน้องแมวไม่สามารถป้องกันตัวเองแบบเดียวกับเรา อนุภาคขนาดเล็กและควันสามารถระคายเคืองตา จมูก และระบบทางเดินหายใจ รวมถึงทำให้อาการของโรคหัวใจหรือโรคปอดเดิมแย่ลงได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องสัมผัสต่อเนื่อง

ผลกระทบของฝุ่น PM2.5 ต่อสัตว์เลี้ยง

น้องกลุ่มไหนต้องระวังเป็นพิเศษ

ลูกสัตว์ สัตว์สูงวัย สายพันธุ์หน้าสั้น เช่น ปั๊ก บูลด็อก หรือเปอร์เซีย รวมถึงน้องที่มีโรคหัวใจ หอบหืด หลอดลม หรือปอดอยู่เดิม เป็นกลุ่มที่ควรลดการสัมผัสฝุ่นอย่างจริงจัง แม้สัตว์เลี้ยงที่แข็งแรงก็อาจเกิดอาการระคายเคืองได้ หากคุณภาพอากาศอยู่ในระดับไม่ดีเป็นเวลานาน

สัตว์เลี้ยงกลุ่มเสี่ยงจากฝุ่น PM2.5

อาการที่ควรสังเกต

อาการเบื้องต้นอาจมีตาแดง น้ำตาไหล น้ำมูก ไอ จาม หายใจเสียงดัง หรือเหนื่อยง่ายกว่าปกติ หากน้องหายใจเร็วขณะพัก อ้าปากหายใจ เหงือกซีดหรือคล้ำ ซึมมาก ไม่กินอาหาร หรือทรงตัวผิดปกติ ควรพาไปพบสัตวแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นสัญญาณที่ต้องได้รับการประเมินเร่งด่วน

อาการของสัตว์เลี้ยงที่ควรสังเกตในช่วงฝุ่นสูง

5 วิธีลดฝุ่นให้น้องในแต่ละวัน

  • เช็กค่าคุณภาพอากาศก่อนพาออกไปเดิน และลดเวลาอยู่นอกบ้านในวันที่ฝุ่นสูง
  • ปิดประตูหน้าต่างเมื่ออากาศภายนอกแย่ และใช้เครื่องฟอกอากาศที่มีแผ่นกรองเหมาะสมกับขนาดห้อง
  • เช็ดอุ้งเท้า ขน และใบหน้าด้วยผ้าสะอาดชุบน้ำหมาดหลังกลับจากข้างนอก โดยไม่ใช้สารหอมที่อาจระคายเคือง
  • ทำความสะอาดพื้นและที่นอนสม่ำเสมอ เพื่อลดฝุ่นที่สะสมและฟุ้งกลับขึ้นมา
  • งดกิจกรรมที่ใช้แรงมากกลางแจ้ง เพราะการหอบทำให้น้องสูดอากาศเข้าไปมากขึ้น

ไม่ควรนำหน้ากากของคนมาสวมให้น้องเอง เพราะอาจรบกวนการหายใจ การระบายความร้อน และสร้างความเครียด หากน้องมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาสัตวแพทย์ถึงแผนรับมือช่วงฝุ่น รวมถึงยาที่ต้องใช้และสัญญาณฉุกเฉินเฉพาะตัว

วิธีดูแลสัตว์เลี้ยงในช่วงฝุ่นสูง

ชวนดูแลต่อ ฝุ่นมองไม่เห็น แต่ค่ารักษาเกิดขึ้นจริง เตรียมแผนดูแลสุขภาพและความคุ้มครองให้น้องไว้ก่อนกับ Pet Friend Insurance